หลายๆท่านที่เคยได้ไปร่วมงานศพแล้วคงจะเคยได้ยินคำว่า “ฌาปนกิจ” มาก่อนอย่างแน่นอน ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับการฌาปนกิจเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบข้อมูลเชิงลึกทั้งด้าน ความหมาย ความสำคัญ และความเชื่อได้อย่างละเอียดและครบถ้วน เนื่องจากในแต่ละศาสนานั้นมีความแตกต่างกัน หากให้ลงในรายละเอียดของพิธีการฌาปนกิจให้ครบทุกศาสนาในบทความเดียวนั้นคงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากบทความจะมีความยาวมากเกินไปอาจทำให้ผู้อ่านหลุดโฟกัสได้ ดังนั้นในบทความนี้จะเน้นไปที่เรื่องราวเกี่ยวกับการจัดงานศพในรูปแบบของชาวพุทธไทยเป็นหลักก่อนนะครับ
สารบัญ: การฌาปนกิจคืออะไร
- ความหมายของคำว่า “ฌาปนกิจ”
- การเลือกวันที่และเวลาในการฌาปนกิจ
- ขั้นตอนในการฌาปนกิจ
- ความสำคัญและความเชื่อเกี่ยวกับการฌาปนกิจ
- สรุป เกี่ยวกับการฌาปนกิจ
ความหมายของคำว่า “ฌาปนกิจ”
การจะทำความเข้าใจสิ่งใด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้ความหมายจริงๆของสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้เสียก่อน ดังนั้นเราจะมาเริ่มด้วยความหมายของคำว่า “ฌาปนกิจ” กันก่อน อ้างอิงจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานระบุว่า คำว่า ฌาปนกิจ มาจาก 2 คำรวมกันคือคำว่า “ฌาปน” และ “กิจ” ดังนั้นรวมกัน “ฌาปน” + “กิจ” จะได้คำว่า “ฌาปนกิจ”
- “ฌาปน”อ่านออกเสียงว่า [ชาปะนะ-] มีความหมายว่า การเผาศพ หรือ การปลงศพ
- “กิจ” อ่านออกเสียงว่า [กิด] มีความหมายว่า งาน หรือ ธุระ
เมื่อนำทั้ง 2 คำมารวมกันแล้ว “ฌาปนกิจ” จึงได้ความหมายว่า งานเผาศพ หรือ งานปลงศพ ในที่นี้อยากให้ผู้อ่านเน้นไปที่คำว่า “งานปลงศพ” เสียมากกว่าคำว่า “งานเผาศพ” เพราะในหลายๆศาสนา การฌาปนกิจไม่ได้เป็นการเผาศพแต่อย่างใด แม้กระทั่งในศาสนาพุทธเองในแต่ละแขนงของความเชื่อของแต่ละชนชาติที่นับถือศาสนาพุทธ วิธีการปลงศพก็อาจจะไม่ใช่การเผาเสมอไป
การเลือกวันที่และเวลาในการฌาปนกิจ
วันที่ในการฌาปนกิจจะเป็นวันสุดท้ายของงานศพ โดยหลังจากสวดอภิธรรมครบจำนวนวันที่ทางเจ้าภาพหรือญาติของผู้วายชนม์ได้ร้องขอกับทางวัดไว้ ในขั้นตอนสุดท้ายคือการฌาปนกิจ สำหรับเวลาในการทำการฌาปนกิจส่วนมากจะจัดในช่วงบ่ายโดยเน้นเวลาที่เจ้าภาพและวัดสะดวก ในบางรายหากมีความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม ก็สามารถดูฤกษ์ได้เช่นกัน หากทางเจ้าภาพหรือญาติของผู้วายชนม์ต้องการให้แขกและผู้ร่วมงานมาร่วมฌาปนกิจได้อย่างสะดวกก็อาจเลือกเวลาในช่วงบ่ายถึงช่วงเย็นได้เช่นกัน
ขั้นตอนในการฌาปนกิจ
สำหรับพิธีฌาปนกิจจะมีลำดับเรียบง่ายดังต่อไปนี้
- เคลื่อนศพไปยังเมรุเผาศพ โดยญาติๆและแขกในงานจะร่วมเดินทางไปพร้อมกับหีบศพด้วย ร่วมกันเดินขบวนเป็นทางยาวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
- ทำการเดินขบวนแห่หีบศพรอบเมรุโดยการวนซ้ายทั้งหมด 3 รอบ โดยให้ญาติหรือคนสนิทถือกระถางธูป และรูปของผู้วายชนม์เดินนำขบวน
- ญาติๆและแขกในงานร่วมวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงความอาลัยและความเคารพ และในขั้นตอนนี้แต่ละท่านที่ไปร่วมงานสามารถกล่าวคำพูดในใจที่อยากพูดได้เป็นครั้งสุดท้ายที่บริเวณหน้าเตาเผาในขณะวางดอกไม้จันท์ได้
- เริ่มการอ่านประวัติและคำอำลาโดยจะเป็นญาติของผู้วายชนม์ หรือผู้ที่ครอบครัวของผู้วายชนม์ให้เกียรติและเคารพก็ได้เช่นกัน
- เจ้าหน้าที่ในวัดทำการเผา
หลังจากเสร็จสิ้นการฌาปนกิจแล้วในวันต่อมาทางญาติๆสามารถมารับอัฐิเพื่อดำเนินการพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป บางส่วนของอัฐิเจ้าภาพสามารถนำกลับบ้านเพื่อบรรจุใส่โกศ และบางส่วนจะถูกนำไปลอยอังคารหรือสุดแล้วแต่ความเชื่อของทางญาติของผู้วายชนม์
ความสำคัญและความเชื่อเกี่ยวกับการฌาปนกิจ
การฌาปนกิจนั้นถือว่ามีความสำคัญต่อชาวพุทธไทยเป็นอย่างมากเพราะเชื่อกันว่าเป็นการส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายและยังมีเกร็ดความเชื่อต่างๆที่สำคัญดังต่อไปนี้
- การเผาศพสำหรับชาวพุทธแล้วถือเป็นการส่งดวงวิญญาณผู้วายชนม์เป็นครั้งสุดท้าย อีกทั้งยังเป็นคติเตือนใจทุกคนในงานว่า ร่างกายของเราวันหนึ่ง ก็จะดับสลายไปและหลังจากเผาแล้วก็จะไม่เหลืออะไรอีก ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่คงจะเป็นแค่กรรมดีและกรรมชั่วที่ได้ก่อเอาไว้ จึงถือเป็นการสอดแทรกคติธรรมให้ผู้ร่วมงานได้หมั่นเพียรสร้างกรรมดีและไม่ยึดติดเรื่องทางโลกให้มากเสียเกินไป วันหนึ่งเราก็จะดับสลายไปเช่นกัน
- มีความเชื่อว่าดอกไม้จันทน์เราควรจะหยิบด้วยตนเองไม่ควรส่งต่อให้ผู้อื่นหรือรับต่อจากผู้อื่น
- ทำไมถึงต้องเวียนซ้ายในพิธีเดินขบวนรอบเมรุ พิธีกรรมของชาวพุทธไทยนั้นค่อนข้างชัดเจนว่าพิธีที่เป็นมงคลมักจะวนขวา และพิธีที่ไม่มงคลมักจะวนซ้าย การวนซ้ายนั้นเป็นการวนทวนเข็มนาฬิกาหรือการกลับไปสู่จุดเริ่มต้นซึ่งหมายถึงความตายนั่นเอง
- ทำไมถึงต้องเวียนซ้ายรอบเมรุ 3 รอบ การวน 3 รอบนั้นมีคติธรรมซ่อนอยู่ซึ่งหมายถึงพระไตรลักษณ์นั่นเอง พระไตรลักษณ์ประกอบไปด้วย อนิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ อนัตตลักษณะ ที่คนไทยเรามักจะพูดติดปากว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สรุป เกี่ยวกับการฌาปนกิจ
การฌาปนกิจคือ พิธี หรือ งานการปลงศพ โดยในแต่ละความเชื่อมีวิธีการในการปลงศพที่ไม่เหมือนกัน สำหรับชาวพุทธไทยนั้นการปลงศพคือการเผาถือเป็นการส่งดวงวิญญาณครั้งสุดท้าย ซึ่งแฝงคติธรรมไว้มากมายเพื่อให้เราไม่ยึดติดกับทางโลกและหมั่นทำความดีและไม่ยึดติดกับตัวตนของตนเองมากเกินไป ขั้นตอนในการฌาปนกิจค่อนข้างเรียบง่าย ไว้ในบทความต่อไปทางเราจะนำพิธีฌาปนกิจของศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นๆมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ

